การเปิดร้านค้าปลีกแบบหน้าร้าน (Brick-and-Mortar) ในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากกว่าในอดีต
ตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกในประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของการเปลี่ยนแปลง การเติบโตอย่างรวดเร็วของโครงการมิกซ์ยูส (Mixed-use Developments) ประกอบกับผู้บริโภคชาวไทยรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การจับจ่ายมากกว่าที่เคย ทำให้การตัดสินใจของทั้งผู้เช่าและนักลงทุนในวันนี้จะส่งผลต่อศักยภาพและผลการดำเนินงานของสินทรัพย์ค้าปลีกในกรุงเทพฯ และเมืองสำคัญทั่วประเทศไปอีกหลายปี
ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบด้านการลงทุนค้าปลีกจากต่างชาติ รวมถึงแนวโน้มการเติบโตของศูนย์การค้าและคอมมูนิตี้มอลล์ที่เชื่อมโยงกับชุมชนมากขึ้น ได้เพิ่มความซับซ้อนให้กับตลาด ส่งผลให้การตัดสินใจทางธุรกิจจำเป็นต้องอาศัยคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่มีความเข้าใจตลาดในประเทศอย่างลึกซึ้ง
ปัจจุบัน ตลาดค้าปลีกในกรุงเทพมหานครมีพื้นที่ให้เช่ารวมมากกว่า 3 ล้านตารางเมตร ครอบคลุมทั้งศูนย์การค้าขนาดใหญ่และคอมมูนิตี้มอลล์ โดยประมาณ 1 ล้านตารางเมตร ตั้งอยู่ใน Central Retail District (CRD) ซึ่งเป็นศูนย์กลางค้าปลีกหลักของเมือง อัตราพื้นที่ว่างใน CRD อยู่ที่ประมาณ 3.5–5.0% สะท้อนถึงการปรับรูปแบบพื้นที่ของผู้พัฒนาโครงการให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เช่าและกระแสค้าปลีกที่เน้นการสร้างประสบการณ์ ขณะที่อัตราค่าเช่าในพื้นที่ CRD ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.2% ในช่วงปี 2567–2568 จากความต้องการพื้นที่ในทำเลค้าปลีกระดับพรีเมียมที่ยังคงแข็งแกร่ง
ทีมที่ปรึกษาด้านค้าปลีกของ Cushman & Wakefield Thailand ผสานข้อมูลตลาดที่ทันสมัยเข้ากับความเชี่ยวชาญในพื้นที่ เพื่อช่วยให้ผู้เช่าและนักลงทุนสามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ไม่ใช่เพียงแค่รวดเร็ว เราเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกของตลาดค้าปลีกในกรุงเทพฯ ให้เป็นกลยุทธ์ที่นำไปใช้ได้จริง ตั้งแต่การกำหนดจังหวะการเข้าสู่ตลาด การคัดเลือกทำเล ไปจนถึงการวางแผนพอร์ตโฟลิโอการลงทุน เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว.